เพลงน่ารักจัง

วันพุธที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2557

โครงงาน วันวิชาการ

โครงงาน วันวิชาการ


บทที่ 1

บทนำ

ที่มาและความสำคัญ

คน สมัยนี้มักชอบดูแลสุขภาพของตนเองอย่างมากไม่ว่าจะเรื่องการกิน การอยู่และการออกกำลังกายและแน่นอนว่าหลายๆคนเองก็ยังไม่รู้วิธีการดูแล สุขภาพอย่างถูกวิธีเพราะฉะนั้นข้าเจ้าจึงคิดหาสมุนไพรและพืชผักที่มีสรรพคุณ และประโยชน์ที่มากมายนั้นก็คือใบโกงกางนั่นเองหลายๆคนคงยังไม่รู้ว่าต้น โกงกางนี้มีประโยชน์มากมายกว่าที่คิดโดยเฉพาะใบของต้นโกงกางนั่นสามารถนำมา รักษาอาการท้องร่วงได้อีกด้วย  ต้นโกงกางมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายใช้เป็นที่อยู่อาศัย และเป็นแหล่งอาหารสำคัญของสัตว์น้ำทั้งหลาย และยังรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดำรงไว้

จุดมุ่งหมายของโครงงาน

1.เพื่อสุขภาพที่ดี

2.เพื่อเป็นแนวทางในการรักษาสุขภาพโดยใช้ประโยชน์ของใบโกงกาง

3.เพื่อศึกษาประโยชน์ของใบโกงกางเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ให้สูงสุด

4.เพื่อฝึกการทำงานเป็นหมู่คณะ

สมมติฐาน

ใบโกงกางทอดทำให้สุขภาพแข็งแรงและท้องไม่ร่วง

ตัวแปรต้น   ใบโกงกางใบใหญ่

ตัวแปรตาม   รสชาติที่เกิดขึ้น

ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า

1.ต้นโกงกางใบใหญ่

 บทที่ 2

เอกสารและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง


โกงกางใบใหญ่

โกงกางใบใหญ่ ยังมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นอื่นๆ อีก เช่น กงเกง (นครปฐม), กงกางนอก โกงกางนอก (เพชรบุรี), กงกอน (เพชรบุรี, ชุมพร), ลาน (กระบี่), โกงกางใบใหญ่ (ภาคกลาง), กางเกง พังกา พังกาใบใหญ่ (ภาคใต้) เป็นต้น โดยสามารถพบได้ตามชายฝั่งทะเลตะวันออกของแอฟริกา ทวีปเอเชีย ภูมิภาคมาเลเซีย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย ในหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ไปจนถึงหมู่เกาตองกา สำหรับในประเทศไทยจะพบต้นโกงกางใบใหญ่ได้มากตามริมคลอง ริมชายฝั่งทะเลที่มีน้ำเค็มท่วมถึงเป็นระยะเวลานาน โดยจะชอบขึ้นในบริเวณที่เป็นดินเลนปนทราย และมักจะขึ้นอยู่ในบริเวณที่ชิดติดกับแม่น้ำ

ลักษณะของโกงกางใบใหญ่

     ต้นโกงกางใบใหญ่ จะเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 20-30 เมตร (บ้างก็ว่าสูงประมาณ 30-40 เมตร) มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเหนือคอ ราก เมื่อโตเต็มที่ประมาณ 30 เซนติเมตร ลำต้นมีลักษณะเปลาตรง ด้านรับแสงจะมีกิ่งก้านมาก เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลเทา เปลือกต้นค่อนข้างเรียบ หรือแตกเป็นร่องตื้นๆ ส่วนเปลือกในเป็นสีส้ม ในกระพี้เป็นสีเหลืองอ่อน และแก่นเป็นสีน้ำตาล ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้ฝักโดยตรง โดยใช้ฝักแก่ที่ยังสมบูรณ์ไม่มีโรคและแมลงเข้ามาทำลาย โดยดูได้จากบริเวณรอยต่อของฝักกับผลจะมีปลอกสีขาวอมเหลืองหุ้มอยู่ ถ้าหากมีขนาดยาวประมาณ 1 เซนติเมตร และเป็นสีเหลืองแสดงว่าฝักแก่สมบูรณ์แล้ว หรือจะเก็บฝักที่ร่วงหล่นลงน้ำก็ได้ เพราะถ้าฝักแก่สมบูรณ์จะลอยน้ำได้ เมื่อได้ฝักมาแล้วก็ให้นำมาปลูกในทันที เพราะถ้าเก็บไว้นานเท่าไหร่ความสามารถในการงอกก็จะลดลงไปเรื่อยๆ

สรรพคุณของโกงกาง

1.ช่วยแก้อาการคลื่นเหียนอาเจียน (ใช้เปลือกต้มกับน้ำดื่ม)

2.ช่วยแก้อาการท้องร่วง โดยใช้เปลือกนำมาต้มกับน้ำดื่ม หรือจะใช้น้ำจากเปลือกนำมากินแก้อาการก็ได้เช่นกัน

3.ช่วยแก้บิด บิดเรื้อรัง โดยใช้เปลือกนำมาต้มกับน้ำดื่ม หรือจะใช้น้ำจากเปลือกนำมากินแก้อาการก็ได้เช่นกัน

4.เปลือกใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาสมาน (เปลือก)

5.ใช้เปลือกตำแล้วนำมาพอกช่วยห้ามเลือดได้ดี หรือจะใช้ใบอ่อนเคี้ยวหรือตำให้ละเอียดแล้วนำมาพอกบาดแผลสดและห้ามเลือดก็ได้เช่นกัน (ใบ,เปลือก) บ้างก็ว่าน้ำจากเปลือกก็ใช้ชะล้าแผลและห้ามเลือดได้เช่นกัน (น้ำจากเปลือก)

6.เปลือกนำมาต้มกับน้ำใช้ชะล้างรักษาบาดแผลเรื้อรัง หรือจะใช้น้ำจากเปลือกก็ได้ (เปลือก,น้ำจากเปลือก)

ประโยชน์ต้นโกงกาง

1.ไม้โกงกาง มีลักษณะเปลาตรง เป็นไม้ที่มีคุณสมบัติแข็งแรง เหนียว ทนทาน จึงเหมาะสำหรับการนำมาแปรรูปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ใช้ในงานก่อสร้าง เช่น ทำกลอนหลังคาจาก รอด ตง อกไก่ของบ้าน หรือใช้ทำไม้เสาเข็ม ไม้ค้ำยันต่างๆ ทำเสาและหลักในที่มีน้ำทะเลขึ้นถึง ทำเยื่อกระดาษ

2.ประโยชน์ไม้โกงกางที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือการนำมาใช้ทำเป็นฟืนและถ่านเกรดคุณภาพดี ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมมาก เนื่องจากเป็นไม้ที่ให้ความร้อนสูงและนาน (ให้ค่าความร้อนประมาณ 6,600-7,200 แคลอรี) อีกทั้งยังมีขี้เถ้าน้อยและไม่เกิดสะเก็ดไฟเมื่อนำมาใช้งานอีกด้วย

3.เปลือกของต้นโกงกางมีสารแทนนินและฟีนอลจากธรรมชาติสูงมาก อีกทั้งยังมีราคาถูกที่สุด ซึ่งสารดังกล่าวสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น ทำยา ทำหมึก ทำสี ใช้ในการฟอกหนัง ใช้ทำกาวสำหรับติดไม้ เป็นต้น

4.เปลือกมีน้ำฝาดประเภท Catechol ให้สีน้ำตาลที่สามารถนำมาย้อมสีผ้าได้ เช่น ใช้ย้อมผ้า แห อวน หนัง ฯลฯ

5.ป่าโกงกางมีความสำคัญอย่างมากสำหรับสัตว์ทะเลต่างๆ เนื่องจากเป็นที่วางไข่และฟักตัวอ่อน และเป็นแล่งที่มีสภาพสมดุลทางธรรมชาติสูงมาก

6.ป่าไม้โกงกาง สามารถช่วยป้องกันรักษาชายฝั่งทะเลจากการกัดเซาะของกระแสน้ำได้ และยังใช้เป็นแนวกำบังคลื่นลมที่เคลื่อนเข้ามาปะทะชายฝั่งได้เป็นอย่างดี

รากของโกงกางใบใหญ่

รากโกงกางใบใหญ่ มีรากเป็นแบบค้ำจุนขนาดใหญ่ โดยจะงอกจากลำต้นออกเป็นจำนวนมาก ดูไม่เป็นระเบียบ เพราะแตกแขนงระเกะระกะ และมีลักษณะเป็นทรงเรือนยอดรูปกรวยคว่ำแบบแคบๆ

ลักษณะของใบโกงกางใบใหญ่

ใบโกงกางใบใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับตรงข้ามกัน โดยใบแต่ละคู่จะออกแบบสลับทิศทางกัน ใบมีลักษณะเป็นรูปใบมนค่อนไปทางรูปหอก ปลายใบแหลมหรือเป็นติ่งแข็งเล็กๆ ส่วนฐานใบสอบเข้าหากันคล้ายกับรูปลิ่ม หน้าใบเป็นสีเขียวอ่อน ส่วนหลังใบเรียบเกลี้ยงและเป็นสีเขียวอมเหลือง และหลังใบยังมีจุดสีน้ำตาลเล็กๆ เห็นได้ชัดเจนอยู่ทั่วหลังใบ โดยใบมีความกว้างประมาณ 5-13 เซนติเมตร และยาวประมาณ 8-18 เซนติเมตร ส่วนก้านใบยาวประมาณ 2.5-5.5 เซนติเมตร และยังมีหูใบสีแดงเข้มยาวประมาณ 5-9 เซนติเมตร หุ้มใบอ่อนไว้

ลักษณะของดอกโกงกางใบใหญ่

ดอกโกงกางใบฬหญ่ ออกดอกเป็นช่อแบบ Cymes ในแต่ละช่อดอกจะประกอบไปด้วยดอกประมาณ 2-12 ดอก ดอกมีสีขาวอมสีเหลือง มีกลีบอยู่รอบดอก มีอยู่ด้วย 4 กลีบ ลักษณะของกลีบรอบกลีบดอกเป็นรูปไข่ ส่วนโคนกลีบติดกัน ส่วนกลีบดอกเป็นรูปใบหอก มีความยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ขอบของกลีบดอกจะมีขนยาวขึ้นปกคลุมอยู่ และดอกจะมีเกสรตัวผู้จำนวน 8 อัน ยาวประมาณ 0.5-0.8 เซนติเมตร

บทที่ 3

วัสดุอุปกรณ์และขั้นตอนวิธีในการดำเนินงาน

วัสดุอุปกรณ์


วิธีการดำเนินงาน

วิธีการดำเนินการศึกษา

1. คณะผู้จัดทำจัดประชุมเพื่อปรึกษาและวางแผนแล้วนำเค้าโครงของโครงงาน (ตัวอย่างบทคัดย่อ) เสนอครูที่ปรึกษา  เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสม

2.คณะผู้จัดทำได้ศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากแหล่งข้อมูลต่างๆ

3.คณะผู้จัดทำได้ศึกษาสรรพคุณของใบโกงกางและวิธีการนำใบโกงกางให้มีประโยชน์ต่อร่างกายให้สูงสุด

4.คณะผู้จัดทำได้ประชุมเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาได้  แล้วจัดสรรข้อมูล  เพื่อเรียงลำดับความสำคัญ  จำแนก และวิเคราะห์ผลการศึกษา

5.คณะผู้จัดทำจึงจัดพิมพ์รูปเล่มโครงงานและสื่อต่างๆ  เพื่อนำเสนอครูที่ปรึกษาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง

6.คณะผู้จัดทำนำเสนอผลการศึกษาโครงงานต่อผู้ชม  เพื่อให้ผู้ชมสอบถามและตอบข้อซักถามแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

กับผู้ชม

 การจัดเตรียมวัตถุดิบและวิธีการทำใบโกงกางทอด

วัตถุดิบในการทำใบโกงกางทอด

1. ใบโกงกาง(ใบใหญ่)

 2. น้ำเปล่า

 3. กุ้งสับหรือหมูสับ ปูอัด

4. น้ำมันพืช

 5. แป้งประกอบอาหาร (โกกิ)

 6. น้ำจิ่มไก่

 7. ผงปรุงรสสำเร็จรูป (บาร์บีก้า บาร์บีคิว)

อุปกรณ์ในการทำใบโกงกางทอด

1.กาละมัง

 2. ตะแกง

 3. มีด

 4. กระทะ

 5. หม้อ

 6. ทัพพี

 7. กรรไกร

 8. ตะหลิว

 9. เตาแก๊ส

 10. จาน

 11. เขียง

 12. ถาด

 13. ช้อน ส้อม

 14. ถ้วยโฟม ชามโฟม

 15. หมวก ถุงมือ ผ้ากันเปื้อน

 วิธีการทำใบโกงกางทอด

1.เลือกเอาใบโกงกางใบใหญ่ที่ไม่อ่อน และไม่แก่จนเกินไป หรือใบที่ 3 นับจากยอด

 2.นำมาล้างน้ำแล้วผึ่งให้แห้ง หั่นใบโกงกางออกเป็นสามส่วน

3.นำกุ้งสับ หมูสับ หรือเนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ มาทาลงบนใบโกงกางแล้วนำไปชุบแป้ง

4.นำมาทอดในน้ำมันด้วยไฟอ่อนๆ พอเหลืองได้ที่ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน

5.ถ้าต้องการรสเพิ่มเติมให้ปรุงรสด้วยผงปรุงรสสำเร็จรูป

6.แต่งจานตามต้องการ

บทที่ 4
ผลการดำเนินงาน

        คณะ ผู้จัดทำได้ทำแผ่นพับโดยการนำสรรพคุณประโยชน์ของใบโกงกางและวิธีการทำใบ โกงกางทอดโดยเฉพาะประวัติของต้นโกงกางใบใหญ่และได้รวบรวมศึกษาข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับต้นโกงกางใบใหญ่ เป็นต้น




บทที่ 5
สรุปผลการทดลอง

จากผลการทดลองพบว่า

ใบ โกงกางทอดมีรสชาติที่อร่อยและมีกลิ่นที่หอมน่าลิ้มลองโดยเฉพาะคุณประโยชน์ ที่มากมายสามารถทำให้แก้ท้องร่วงได้จริงและทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่แข็งแรง และส่วนต่างๆของต้นโกงกางยังสามารถนำมาทำเป็นยาได้อีกไม่ใช่แค่ใบโกงกาง เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ประโยชน์

1. สามารถแปรรูปสมุนไพรที่มีในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์

2. มีรายได้เสริมจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใบโกงกางทอดเพื่อสุขภาพ

3. ได้รับความรู้จากการทำโครงงาน ทั้งการผลิต การแปรรูป




วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2557

"โครงงาน"


โครงงานเรื่อง
systematically  cartoon


จัดทำโดย
1.            นางสาวกมลพรรณ           หาญพล           ชั้น ม.5/1  เลขที่ 6
2.            นางสาวชญานี                   เครือวัลย์          ชั้น ม.5/1  เลขที่ 7
3.            นางสาวพรนิภา                 ม้าจีน               ชั้น ม.5/1  เลขที่ 18
4.            นางสาวมัทนา                   อานามนารถ    ชั้น ม.5/1  เลขที่ 20
5.            นางสาวชลธิชา                 รำพึงวรณ์        ชั้น ม.5/1  เลขที่ 30


เสนอ
อาจารย์  ศิริรัตน์  ปานสุวรรณ

โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการงานเทคโนโลยีสารสนเทศ (ง32242)
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556
โรงเรียนตราดสรรเสริญวิทยาคม  จังหวัดตราด
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 17


บทคัดย่อ

เทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตของพวกเราทุกคนโดยเฉพาะการสื่อสารที่เราใช้ในการติดต่อสื่อสารในการทำงาน  การเรียน หรือเพื่อนันทนาการ จากการใช้สื่อเหล่านี้มักมีปัญหาอยู่เสมอ เนื่องจากเป็นสื่อสาธารณะ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย หากขาดการป้องกัน และเฝ้าระวังอย่างจริงจัง เข้มแข็งเพียงพอ อาจนำมาซึ่งปัญหาการใช้สื่อโดยขาดคุณธรรมจริยธรรม
คณะผู้จัดทำจึงคิดว่าจะจัดทำหนังสือเล่มเล็กที่มีชื่อว่า “ systematically  cartoon” เพื่อใช้เป็นสื่อในการเผยแพร่คุณธรรมจริยธรรมด้านการใช้อินเตอร์เน็ต สำหรับเยาวชน และผู้ที่สนใจใช้เป็นแนวทางสร้างความตระหนักด้านการใช้อินเตอร์เน็ต มีคุณธรรมจริยธรรม 

กิตติกรรมประกาศ

โครงงานเรื่อง  “systematically  cartoon” สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีเพราะได้รับความกรุณาให้คำปรึกษาแนะนำจาก อาจารย์ ศิริรัตน์  ปานสุวรรณ ช่วยตรวจสอบความถูกต้อง  และช่วยเหลือในเรื่องการตรวจสอบปรับปรุงผลงาน ก่อนนำไปเผยแพร่สู่สาธารณชน
ขอบขอบคุณคณะครูโรงเรียนตราดสรรเสริญวิทยาคม ผู้ปกครอง เพื่อนๆ ทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือและเป็นกำลังใจด้วยดีตลอดมา  จนทำให้โครงงานนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี


สารบัญ

เรื่อง                                                                                                                                                             หน้า
บทที่ บทนำ                                                                                                                                               1
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง                                                                                                                          2-5
บทที่ วิธีการดำเนินงาน                                                                                                                           6-7
บทที่ ผลการดำเนินงาน                                                                                                                         12-25
บทที่ สรุปผลการดำเนินงาน                                                                                                                   26
ภาคผนวก                                                                                                                                                       27
บรรณนุกรม                                                                                                                                                    28

บทที่ 1
บทนำ

ที่มาและความสำคัญของโครงงาน

เทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตของพวกเราทุกคนโดยเฉพาะการสื่อสารที่เราใช้ในการติดต่อสื่อสารในการทำงาน  การเรียน หรือเพื่อนันทนาการ จากการใช้สื่อเหล่านี้มักมีปัญหาอยู่เสมอ เนื่องจากเป็นสื่อสาธารณะ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย หากขาดการป้องกัน และเฝ้าระวังอย่างจริงจัง เข้มแข็งเพียงพอ อาจนำมาซึ่งปัญหาการใช้สื่อโดยขาดคุณธรรมจริยธรรม
คณะผู้จัดทำจึงคิดว่าจะจัดทำหนังสือเล่มเล็กที่มีชื่อว่า “systematically  cartoon” เพื่อใช้เป็นสื่อในการเผยแพร่คุณธรรมจริยธรรมด้านการใช้อินเตอร์เน็ต สำหรับเยาวชน และผู้ที่สนใจใช้เป็นแนวทางสร้างความตระหนักด้านการใช้อินเตอร์เน็ต มีคุณธรรมจริยธรรม

วัตถุประสงค์

1.             จัดทำหนังสือเล่มเล็กเผยแพร่คุณธรรมจริยธรรมด้านการใช้อินเตอร์เน็ต สำหรับเยาวชน
2.             ความพึงพอใจด้านเนื้อหาของผู้อ่าน อยู่ในระดับมาก

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ผู้อ่านมีความตะหนักด้านการใช้อินเตอร์เน็ตอย่างมีคุณธรรมจริยธรรมมากยิ่งขึ้น



บทที่ 2

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

อินเทอร์เน็ต คือ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก โดยจะเป็นการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องจากทั่วโลกมาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ซึ่งช่วยให้สามารถติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ทั่วโลก ในการติดต่อกันระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ จำเป็นต้องมีการระบุว่า ส่งมาจากไหน ส่งไปให้ใครซึ่งต้องมีการระบุ ชื่อเครื่อง (คล้ายกับเลขที่บ้าน) ในอินเทอร์เน็ตใช้ข้อตกลงในการติดต่อที่เรียกว่า TCP/IP (ข้อตกลงที่ทำให้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันได้) ซึ่งจะใช้สิ่งที่เรียกค่า ไอพี-แอดเดรส” (IP-Address) ในการระบุชื่อเครื่องจะไม่มีเบอร์ที่ซํ้ากันได้

อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย

          ประเทศไทยได้เริ่มติดต่อกับอินเทอร์เน็ตในปี พ.ศ. 2530 ในลักษณะการใช้บริการ จดหมายเล็กทรอนิกส์แบบแลกเปลี่ยนถุงเมล์เป็นครั้งแรก โดยเริ่มที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ( Prince of Songkla University ) และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียหรือสถาบันเอไอที ( AIT ) ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและออสเตรเลีย ( โครงการ IDP ) ซึ่งเป็นการติดต่อเชื่อมโยงโดยสายโทรศัพท์ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2531 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ยื่นขอที่อยู่อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย โดยได้รับที่อยู่อินเทอร์เน็ต Sritrang.psu.th ซึ่งนับเป็นที่อยู่อินเทอร์เน็ตแห่งแรกของประเทศไทย ต่อมาปี พ.ศ. 2534 บริษัท DEC ( Thailand ) จำกัดได้ขอที่อยู่อินเทอร์เน็ตเพื่อใช้ประโยชน์ภายในของบริษัท โดยได้รับที่อยู่อินเทอร์เน็ตเป็น dect.co.th โดยที่คำ “th” เป็นส่วนที่เรียกว่า โดเมน (Domain ) ซึ่งเป็นส่วนที่แสดงโซนของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย 
จริยธรรมคอมพิวเตอร์
คือ หลักศีลธรรมจรรยาที่กำหนดขึ้น
เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติหรือควบคุมการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ

ตัวอย่างการกระทำผิดจริยธรรมคอมพิวเตอร์
1.  การใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายผู้อื่นให้เกิดความเสียหายหรือก่อความรำคาญ
2.  การใช้คอมพิวเตอร์ในการขโมยข้อมูล
3.  การเข้าถึงข้อมูลหรือคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
4.  การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

ขอบเขตของจริยธรรมคอมพิวเตอร์มี ประเด็น
1.  ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy)
เช่น แอบดูเมล เก็บบันทึกจราจร ข้อมูลลูกค้า หรือ Single Sign On
2.  ความถูกต้อง (Information Accuracy)
เช่น Bank Grade Wiki Blog
3.  ความเป็นเจ้าของ (Intellectual Property)
เช่น ทรัพย์ที่จับต้องและจับต้องไม่ได้ การคุ้มครองสิทธิ
4.  การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility)
เช่น DoS Security Bandwidth Priority Method

ประเทศไทยกฎหมาย หรือร่างกฎหมาย ดังนี้
1. พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.๒๕๔๔ (บังคับใช้ เมษายน 2545)
3. กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์
4. กฎหมายเกี่ยวกับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
5. กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
6. กฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศให้ทั่วถึงและเท่าเทียม

อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Crime หรือ Cyber Crime)
อาชญากรคอมพิวเตอร์จะก่ออาชญากรรมหลายรูปแบบ
1. ลักลอบขโมย หรือดักดูข้อมูล
2. ละเมิดสิทธิ
3. แพร่ภาพ เสียง ลามก อนาจาร และข้อมูลที่ไม่เหมาะสม
4. ก่อกวน หรือทำลายระบบสาธารณูปโภค
5. หลอกลวงให้ร่วมค้าขาย หรือลงทุนปลอม
6. โอนเงินจากบัญชีผู้อื่นเข้าบัญชีของตน
อาชญากรคอมพิวเตอร์
คือ ผู้กระทำผิดกฎหมายโดยใช้คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนสำคัญ
จำแนกได้ดังนี้
1. Novices คือ พวกมือสมัครเล่น
2. Queer คือ พวกจิตไม่ปกติ
3. Dreamer คือ พวกบ้าลัทธิ
4. Hacker คือ พวกเจาะระบบคอมพิวเตอร์
5. Cracker คือ พวกชอบก่อความเสียหาย
6. Organized Criminal คือ พวกกลุ่มอาชญากรที่ร่วมมือกัน 
7. Career Criminal คือ พวกอาชญากรมืออาชีพ
การป้องกันการเข้าถึงข้อมูลทางคอมพิวเตอร์
1. ใช้รหัสผู้ใช้ (Username) และ รหัสผ่าน (Password)
2. ใช้วัตถุ เช่น บัตรแม่เหล็ก หรือกุญแจ
3. ใช้อุปกรณ์ทางชีวภาพ (Biometric Device) เช่น ลายนิ้วมือ หรือเสียง
4. ระบบเรียกกลับ (Callback System) เช่น ระบบยืนยันตัวตนด้วยอีเมล

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(E-transaction)

ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
1) หลักการทั่วไปของพระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ยกร่างขึ้นตามกฎหมายแม่แบบว่าด้วยการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Model Law on Electronic Commerce 1996) และกฎหมายแม่แบบว่าด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Model Law on Electronic Signatures 2001) ของคณะ
กรรมาธิการกฎหมายการค้าระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (United Nations Commission on International Trade Law : UNCITRAL) โดยมีหลักการพื้นฐานที่สำคัญ คือ 
2) โครงสร้างของพระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ ฉบับนี้แบ่งออกเป็น หมวดหลัก ดังต่อไปนี้
หมวด ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (มาตรา 7 – มาตรา 25)
หมวด ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (มาตรา 26 – มาตรา 31)
หมวด ธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (มาตรา 32 – มาตรา 34)
หมวด ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ (มาตรา 35)
หมวด คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (มาตรา 36 – 43)
หมวด บทกำหนดโทษ (มาตรา 44 – มาตรา 46)
3) หลักการรองรับการทำ ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (หมวด 1)สาระสำคัญคือ การรับรองสถานะทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้เสมอด้วยกระดาษ เพื่อให้การดำเนินการใดๆ ตามที่กฎหมายบัญญัติสามารถทำในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้และมีผลผูกพันตามกฎหมาย 


บทที่ 3
วิธีการดำเนินงาน

วิธีการดำเนินงาน

1. คิดหัวข้อโครงงานเพื่อนำเสนออาจารย์
2. ศึกษาและค้นคว้าที่เกี่ยงข้องกับเรื่องที่สนใจ
3. จัดทำโครงร่างโครงงานเพื่อนำเสนออาจารย์
4. ปฏิบัติจัดทำโครงงาน
5. ปฏิบัติจัดทำหนังสือเล่มเล็ก
6. นำเสนอผลงาน
การทำหนังสือเล่มเล็ก

เครื่องมือและอุปกรณ์

1. กระดาษ
2. ดินสอ
3. ยางลบ
4. ปากกา
5. สีไม้
6. ไม้บรรทัด
7. คัตเตอร์ 

แนวทางการดำเนินงาน

1. วางแผน จัดวางโครงเรื่อง
2. แต่งเรื่อง
3. จัดเตรียมอุปกรณ์
4. จัดทำหนังสือเล่มเล็ก
5. นำเสนอ


บทที่ 4
ผลการดำเนินงาน





รูปที่ 
1                                                         รูปที่ 2

 




                                                 
รูปที่ 3                                                                      รูปที่ 4


 




          




รูปที่ 5                                                                       รูปที่ 6
                

 






รูปที่ 7       รูปที่ 8
          
รูปที่ 9                                                       รูปที่ 10
 


รูปที่ 11                                                      รูปที่ 12


 






                                                   


รูปที่ 13


แบบประเมิณ

ตอนที่ข้อมูลทั่วไปของนักเรียนเพศ
  • ชาย
  • หญิง
ระดับชั้น
  • ม.3
  • ม.4
  • ม.5
  • อื่นๆ
ตอนที่คำถามคุณเข้าไปดูเว็ป http://www.slideshare.net/ssuser18f361/ss-29105762 บ่อยหรือไม่
  • เข้าเป็นประจำ
  • ค่อนข้างบ่อย
  • นานๆ ครั้ง
  • ไม่เคยเข้า
1. ความพอใจในงานของเรา
  • มากที่สุด
  • ปานกลาง
  • น้อยที่สุด
2. การออกแบบตัวการ์ตูนของเรามีความเหมาะสมกับเนื้อหาหรือไม่
  • มากที่สุด
  • ปานกลาง
  • น้อยที่สุด
3. รูปแบบ ขนาด และสีของตัวหนังสือ ชัดเจน สวยงาม อ่านง่าย
  • มากที่สุด
  • ปานกลาง
  • น้อยที่สุด
4. การเรียบเรียงเนื้อหาเรียงลำดับ เข้าใจง่าย
  • มากที่สุด
  • ปานกลาง
  • น้อยที่สุด
งาน http://www.slideshare.net/ssuser18f361/ss-29105762 ของเราน่าอ่านหรือไม่
  • น่าอ่าน
  • ไม่ค่อยน่าอ่าน
5. ภาพประกอบชัดเจน และสอดคล้องกับเนื้อหา
  • มากที่สุด
  • ปานกลาง
  • น้อยที่สุด
6. ความเหมาะสมการใช้สี แบบตัวอักษร และภาพประกอบในการ์ตูน
  • มากที่สุด
  • ปานกลาง
  • พอใช้
  • น้อยที่สุด
7. เนื้อหาในการ์ตูนตรงกับความต้องการของนักเรียน
  • มากที่สุด
  • น้อยที่สุด

จำนวนคนที่เข้ามาทำแบบประเมิณ
แต่ยังไม่ได้สรุปออกมาเป็น %

ตอนที่ข้อมูลทั่วไปของนักเรียน
ชาย
8
หญิง
8
ระดับชั้น
ม.3
2
ม.4
1
ม.5
8
อื่นๆ
5
ตอนที่คำถาม
ค่อนข้างบ่อย
3
นานๆ ครั้ง
4
ไม่เคยเข้า
1
เข้าเป็นประจำ
8
1. ความพอใจในงานของเรา
ปานกลาง
3
น้อยที่สุด
1
มากที่สุด
12

3. รูปแบบ ขนาด และสีของตัวหนังสือ ชัดเจน สวยงาม อ่านง่าย
ปานกลาง
3
น้อยที่สุด
1
มากที่สุด
12
4. การเรียบเรียงเนื้อหาเรียงลำดับ เข้าใจง่าย
ปานกลาง
4
น้อยที่สุด
0
มากที่สุด
12
งาน http://www.slideshare.net/ssuser18f361/ss-29105762ของเราน่าอ่านหรือไม่
น่าอ่าน
16
ไม่น่าอ่าน
0
5. ภาพประกอบชัดเจน และสอดคล้องกับเนื้อหา
ปานกลาง
4
น้อยที่สุด
0
มากที่สุด
12
6. ความเหมาะสมการใช้สี แบบตัวอักษร และภาพประกอบในการ์ตูน
ปานกลาง
5
น้อยที่สุด
0
มากที่สุด
11

7. เนื้อหาในการ์ตูนตรงกับความต้องการของนักเรียน
ปานกลาง
0
น้อยที่สุด
0
มากที่สุด
16

แบบประเมิณที่คิดออกมาเป็น แล้ว





บทที่ 5
สรุปผลการดำเนินงาน

สรุปผลการศึกษา
การทำหนังสือเล่มที่มีชื่อว่า  systematically  cartoon”   เป็นการสร้างสื่อเพื่อเป็นแนวทางในการใช้สื่ออินเตอร์เน็ตได้อย่างถูกต้อง มีจรรยาบรรณในการใช้ อีกทั้งยังมีความสนุกสนานเพลิดเพลินที่ได้อ่านการ์ตูนที่มีภาพที่สวยงาม และเนื้อเรื่องที่สนุกสนาน  สอดแทรกความรู้ด้านคุณธรรจริยธรรมการใช้อินเทอร์เน็ต
จากการที่ทำหนังสือเล่มเล็กเรื่อง  “systematically  cartoon” พบว่าสามารถนำเผยแพร่ให้ผู้อื่นอ่านและเข้าใจได้จริง  และยังเป็นการให้ผู้อื่นใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อีกด้วย
ข้อเสนอแนะ
1.             การทำหนังสือเล่มเล็กจะต้องวาดภาพและจัดทำเนื้อหาให้น่าสนใจ โดยใช้คำที่กระชับเข้าใจง่าย  ผู้อ่านจะได้สนใจในหนังสือเล่มเล็กที่จัดทำขึ้น
2.             เนื้อเรื่องที่แต่งขึ้นควรมีความแปลกใหม่ น่าสนใจ ไม่ซ้ำเดิม และใกล้เคียงกับความเป็นจริงกับการดำรงชีวิตของเยาวชน
ปัญหาและอุปสรรค

1. เวลาในการจัดทำไม่เพียงพอ
2. การเรียบเรียงเนื้อหาของหนังสือค่อนข้างสับสน
3. ระยะทางในการเดินทางของสมาชิกในกลุ่มเพื่อมาทำงานค่อนข้างไกล
วิธีการแก้ปัญหา

1. ประชุมเพื่อคิดวางแผนจัดทำเนื้อหา

2. แบ่งงานให้สมาชิกในกลุ่มกลับไปทำที่บ้านเพื่อเป็นการประหยัดเวลา

ภาคผนวก




บรรณนุกรม

http://attorneysworkproduct.blogspot.com/2008/07/internal-memo-010-laws-on-e-transaction.html [เข้าถึงวันที่ 11 ก.ย. 56]
http://www.dmc.tv/pages/ [เข้าถึงวันที่ 11 ก.ย. 56]

ขอขอบคุณ :